Sigve แห่ง Telenor Group เผยพร้อมซื้อกิจการ Startup ที่เน้นด้าน Digital Advertising

Telenor นำโดย Sigve Brekke ประกาศจัดตั้งทีมงานดูแลด้าน Mobile Advertising ในตลาดเอเชียโดยตรง หลังจากที่เล็งเห็นว่ามีการเติบโตสูง และพร้อมเข้าซื้อกิจการธุรกิจ Startup เพื่อเสริมแกร่ง Mobile Advertising

Sigve Brekke, President and CEO of Telenor, delivers a keynote speech during the Mobile World Congress in Barcelona, Spain February 23, 2016. REUTERS/Albert Gea/File Photo
Sigve Brekke ประธานและ CEO แห่ง Telenor ในงานMobile World Congress in Barcelona วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2016 – REUTERS/Albert Gea/File Photo

หลังจากที่ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมหลายรายเจอสภาวะความท้าทายในธุรกิจรูปแบบเดิม โดยเฉพาะโอกาสทางธุรกิจที่ถูกกลุ่ม Digital content provider เข้ามายึดหาดอย่าง Netflix, Spotify, Facebook, LINE และอื่นๆ อีกมากมาย โดยนอกจากกิน Bandwidth อย่างหนักแล้ว ทางผู้ให้บริการไม่ได้อะไรเพิ่มจากตรงนั้น หนึ่งในกลยุทธ์ที่ Telenor กำลังตอบโต้กลับโดยเฉพาะในตลาดที่กำลังพัฒนา และมีผู้เริ่มใช้สมาร์ทโฟนอย่างเอเชียคือ การโฟกัสเรื่อง Mobile Advertising อย่างชัดเจนอีกครั้ง

Sigve Brekke กล่าวกับ Reuter ว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือกำลังถูกจับตาและต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะก้าวต่อไป โดยล่าสุดในข่าวกล่าวว่า Telenor เข้าซื้อกิจการ Tapad  บริษัท Startup ในนิวยอร์คที่ก่อตั้งโดยชาวนอร์เวย์ด้วยมูลค่า 360 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงต้นปีเพื่อนำเสนอโฆษณาให้ตรงตามความสนใจของผู้ใช้คนนั้นๆ และแยกออกมาเป็นอีกหน่วยงานสำหรับเจาะตลาดในเอเชียโดยเฉพาะ นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้ได้ insight ของผู้ใช้ที่เกิดจาก cross-device อีกด้วย

ปัจจุบัน Telenor มีผู้ใช้กว่า 211 ล้านรายทั่วเอเชีย แสกนดิเนเวีย และยุโรปบางส่วน โดย 90% ของผู้ใช้ส่วนใหญ่มาจาก 6 ประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะ บังกลาเทศ ปากีสถาน และไทย ในปี 2015 ธุรกิจดิจิทัลอาทิ สายโฆษณาและบริการด้านการเงินยังสร้างรายได้เพียงแค่ 2% ของทั้งเครือ

นอกเหนือจากการเข้าซื้อ Tapad แล้ว บริษัท Telenor ยังตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Schibsted จากนอร์เวย์ดูแล online classified ads ในเอเชียและลาตินอเมริกา โดยดูแลทั้งในส่วนขอธนาคารและธุรกิจการเงินในเซอร์เบียลและปากีสถานอีกด้วย

สำหรับตลาด mobile advertising นั้นมีรายได้อยู่ที่ 100 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 และถือเป็น 16.5% ของยอดการจ่ายเงินผ่านทางมีเดียทั้งหมด ซึ่ง 2 ใน 3 ของรายได้มาจากตลาดสหรัฐฯ จีน และอังกฤษ ในขณะที่ประเทศอย่างอินเดียและอินโดนีเซียกำลังเติบโตขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าในทุกๆ ปี – ข้อมูลการคาดการณ์จาก eMarketer

“DUMB PIPE” การเปรียบเทียบอย่างเจ็บปวดของ Sigve  “ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะเลือกเป็นแค่ท่อ หรือจะพยายามวาง position ในตลาดดิจิทัลที่ใหญ่ขึ้น” เขาคาดหวังว่ารายได้ประจำปีจะเติบโตขึ้น 1% ในส่วนของโครงข่าย และ 20-30% ในส่วนของดิจิทัล

Sigve อย่างกล่าวอีกว่า “คำถามสำคัญคือจะไปไกลแค่ไหนในสาย segment นี้ เราคงไม่ทำอะไรที่เหมือนกับคู่แข่งของเราที่ไปเน้น position ตลาดทางด้านคอนเทนต์อย่าง มิวสิคสตรีมมิ่ง หรือวีดีโอสตรีมมิ่ง เพราะนั่นไม่ใช่เรา”

อย่างไรก็ตามเค้าคาดว่าจะเข้าซื้อกิจการธุรกิจขนาดเล็กเพื่อจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Mobile Advertising แต่ไม่ได้ถึงกับมีดีลยักษ์ใหญ่อะไรในขณะนี้

ที่มา: Reuters

มุมมองกองบรรณาธิการ

เป็นหนึ่งในปัญหาเรื้อรังมานานว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะทำอย่างไร หลังจากมีการปฏิวัติครั้งใหญ่ด้วยเครื่องสมาร์ทโฟนที่ปลดล็อคให้บริการเสริมต่างๆ  (Value Added Service) bypass ไม่ผ่านผู้ให้บริการโครงข่าย ใครๆ ก็โหลดเล่นได้ผ่าน Appstore  ทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเป็นเสมือนเพียงแค่ท่อ ยกรายได้ส่วน Application & Service Layer ออกไป
ซ้ำร้ายพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปที่ต้องการเสพคอนเทนต์ที่สูบ Bandwidth อย่างหนัก ก็ต้องมาคอยลงทุน Network เพื่อรองรับ จนช่วงนึงต้องออกมาทำความเข้าใจแก่ผู้บริโภคว่าทำไมต้องมี Fair Usage Policy (FUP) เราได้เห็นความพยายามของยักษ์ใหญ่ในการสร้างความแตกต่าง  บ้างก็หาพาร์ทเนอร์ด้านคอนเทนต์ บ้างก็ผลิตบริการใหม่ๆ ขึ้นมาเอง ซึ่งในตลาดโลกเราก็ยังไม่เห็นผู้ให้บริการรายใดสามารถ Disrupt แล้วแก้จุดนี้ได้อย่างชัดเจน การจับมือร่วมกับ Startup ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่เราเห็นภาคธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมกระโดดเข้ามาก่อนภาคธุรกิจอื่นในช่วง 5-6 ปีหลัง เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่เอาเรือไปขวาง กระแสน้ำที่เชี่ยวกราด และต้องโตไปกับมันให้ได้

สำหรับใครที่สนใจข้อมูลโมเดลองค์กรขนาดใหญ่ทำงานร่วมกับ Startup อย่างไรได้บ้าง เราเคยสรุปไว้แล้วในบทความนี้

Comments

comments