Salesforce, Google, Microsoft และ Verizon โดดร่วมวงประมูล Twitter ที่กำลังอ่อนแรง

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีข่าวเรื่อง Disney สนใจซื้อบริษัท Twitter ไปแล้ว ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็ยังมีเจ้าอื่นๆ ที่สนใจโดดเข้ามาร่วมวงประมูลอยู่อีกหลายราย  โดย CNBC และข่าวลือจากวงในรายงานว่า Google และ Salesforce สนใจซื้อบริษัท Twitter ในขณะที่มีข่าวแว่วๆ มาว่า Microsoft และ Verizon ก็สนใจด้วยเหมือนกัน ซึ่ง Twitter ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และได้ยินว่าน่าจะโดดขึ้นอีกเกือบ 22%

twitter-company

มีรายงานว่า Google, Microsoft and Verizon ดูมีความเป็นไปได้มากที่จะซื้อ Twitter ได้ และไม่แน่ว่า Microsoft อาจตั้งใจกระโดดเข้ามาเพื่อปั่นราคาทำให้การซื้อกิจการนี้เป็นงานยากขึ้นอีกสำหรับ Salesforce เพราะในบรรดา 4 บริษัทที่เอ่ยไปข้างต้น Salesforce ดูจะลำบากที่สุดในเรื่องการเงิน เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกนี้เพิ่งใช้เงินไปถึง 4 พันล้านเหรียญฯ เพื่อเข้าซื้อบริษัทอื่นๆ  (แม้จะพลาดเสีย Linkedin ให้ Microsoft ไป) ปัจจุบันจึงน่าจะมีเงินสดอยู่ในมือไม่พอ น่าจะเพียงครึ่งหนึ่งของราคาตลาดของ Twitter เท่านั้น  ทั้งนี้ ทั้ง Microsoft และ Salesforce ก็ยังไม่มีใครออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับ Salesforce ก็คือ Bret Taylor บอร์ดของ Twitter ก็เคยร่วมกับ Salesforce ในการซื้อ Quip (สตาร์ทอัพโปรแกรม word processing บนระบบ cloud) มาแล้ว แถมยังใช้ M&A law firm เจ้าเดียวกันก็คือ Wilson Sonsini  นอกจากนี้ หากวิเคราะห์โมเดลธุรกิจของทั้งสองบริษัท  แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Salesforce ก็น่าจะใช้ Twitter มาช่วยขยายธุรกิจให้กว้างขวางและหลากหลายขึ้นได้ อีกทั้ง Twitter ยังมีแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่แบบเรียลไทม์จากผู้ใช้งานกว่า 313 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ Salesforce ยังขาดอยู่ 

ในด้านการเงิน Google ถือว่าความเป็นไปได้สูงกว่า เพราะประมาณการณ์ว่าน่าจะมีเงินสดที่เตรียมไว้ซื้อบริษัทอื่นอยู่ประมาณ 7.3 หมื่นล้านในปีนี้ และก็น่าจะต้องการตัวช่วยด้านโซเชียล ซึ่ง Google ล้มเหลวมาหลายปี เพราะกิจการเด่นๆ ของ Google อย่าง Youtube ที่มี Traffic สูงจากการเข้าชมวิดีโอ ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในการเป็นโซเชียลสำหรับใช้พูดคุยสนทนากันได้

ในส่วนของ Verizon ซึ่งเปิดเผยมาตลอดว่าสนใจซื้อ Twitter ในครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นการซื้อสื่อเข้ามาเพื่อเพิ่มคลื่นลูกใหม่ให้กับธุรกิจผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือ Telecom ของตนที่มีมาแต่เดิม แม้ว่าตอนนี้จะมีกิจการในมืออยู่มากพอสมควรแล้ว ทั้ง AOL และ Yahoo

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนก็คือ Twitter เตรียมพร้อมเพื่อจะดำเนินการขายกิจการครั้งนี้ แม้ว่า CNBC จะวิเคราะห์ว่า น่าจะยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ก่อนสิ้นปีก็ตาม

ที่มา Techcrunch

ความเห็นกองบรรณาธิการ

Twitter ก่อตั้งในปี 2006 หลังจาก Facebook 2 ปี รูปแบบการใช้งานโดดเด่นมากผ่านทางโมบาย แต่อย่างไรก็ตามการเติบโตแทบจะเรียกว่าทิ้งห่างจาก Facebook ซึ่งปัจจุบันมี Monthly Active Users กว่า 1.6 พันล้านราย ในขณะที่ Twitter มีอยู่แค่ 320 ล้านรายเท่านั้น ปัญหาหลักๆ ที่เจอคือ

  • มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารบ่อย ทำให้การบริหารและวิสัยทัศน์ไม่ต่อเนื่อง
  • แพลตฟอร์มโฆษณาที่ถูกพัฒนาออกมาเพื่อสร้างรายได้ กลับดูไม่แข็งแรงพอเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Google และ Facebook
  • ผู้ใช้เดิมที่มีอยู่หลายคนเริ่มเลิกใช้ ในขณะที่ผู้ใช้ใหม่ๆ เกิดขึ้นน้อย แม้จะมีบริการใหม่ๆ เพิ่มชึ้นมา แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกับแพลตฟอร์มอื่นเช่น Live Streaming
    โดยเฉพาะบ้านเราที่เป็นกลุ่ม Trend Setter กลุ่มแรกๆ เลิกใช้ไป ในขณะที่คนใหม่ๆ ไม่เข้ามาใช้เพราะรู้สึกว่าซับซ้อนและไม่ตอบโจทย์การใช้งานที่เป็นอยู่ หรือจะมาใช้อีกแพลตฟอร์มหนึ่งเพิ่มเพื่ออะไร แถมไม่มีเพื่อนใช้ เป็นต้น

ตั้งแต่ช่วงปีก่อน Jack Dorsey เห็นปัญหาและกลับเข้ามาเป็น Intern CEO หลังจากไปปั้น Square มาสักพักใหญ่ วิ่งไปวิ่งมา 2 ที่สักพักตอนนี้ Twitter มีปัญหาหนักมาก สุดท้ายกลับมาเป็น CEO เต็มตัว หลายคนจับตาถึงการกลับมาว่าจะกลับมากู้สถานการณ์ได้เหมือน Steve Jobs หรือไม่ แต่ดูท่าทางจะไม่ไหวเสียแล้ว

อย่างไรก็ตาม data ที่ Twitter มีอยู่มีคุณค่ามากมายมหาศาล บริษัทที่เข้ามาสนใจ อย่าง Salesforce เองที่มีระบบ Social Media Monitioring อย่าง Salesforce Marketing Cloud (เกิดจากการรวมกันของการเข้าซื้อ Radian 6 และ Buddy Media) ย่อมต้องการ Social data เหล่านี้ซึ่งเป็นเสมือนเหมืองทองคำ สามารถแปลงมาเป็น Insight และเสริมผลิตภัณฑ์ด้าน CRM และ Social Ads ของ Salesforce ได้อย่างดี ในขณะที่ Google ก็เช่นเดียวกัน เพราะ Google อ่อนเรื่อง Social Media มากๆ และการได้ Data มาจะเสริมเรื่องผลของการค้นหาข้อมูลไม่น้อย แต่คงต้อง Restructure กันครั้งใหญ่ งานนี้คงต้องดูกันว่าใครจะคว้า Twitter ไปครอง

Comments

comments